สวนมะปรางหวานแม่อนงค์

กม.9 ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก
ปลายฝนตนหนาว
ออกดอก ประมาณเดือน พฤศจิกายน-ธันวาคม
ออกผล ประมาณเดือน ปลายเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม รุ่นแรก
ออกผล รุ่นที่ 2 -3 ประมาณปลายเดือน มีนาคม-เมษายน


แนะนำวิธีการดูแลและการปลูก

สำหรับการปลูกของสวนแม่อนงค์ระยะปลูกกว้าง 3 เมตร 3 เมตร หรือ กว้าง 4 เมตร ยาว 4 เมตรทั้งนี้ทั้งนั้นเนื่องจากว่าต้องการกิ่งพันธุ์เพื่อป้อนสู่ตลาดให้เพียงพอจำเป็นต้องปลูกระยะนี้ แนะนำว่า หากเกษตรกรปลูกเพื่อต้องการผลผลิตในระยะยาว ควรปลูกกว้าง 6 เมตร ยาว 6 เมตร หรือกว้าง 8 เมตร ยาว 8 เมตร แต่ในระยะปีแรกของการปลูกควรจะมีการปลูกพืชแซมเพื่อการใช้พื้นที่ให้เป็นประโยชน์และมีรายได้ขึ้นมา ในช่วงที่ต้นมะปรางยังไม่ให้ผลผลิตและทรงพุ่มยังไม่ชนกัน

การปลูกนั้นคนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า ต้องปลูกในที่ร่มรำไร แต่สำหรับมะปรางหวานแม่อนงค์การันว่า หากนำไปปลูกนั้น ต้องปลูกกลางแจ้งและพื้นที่ต้องไม่แฉะเกินไป เวลาปลูกห้ามนำปุ๋ยเคมี ไม่ว่าปุ๋ยสูตรใดก็แล้วแต่ห้ามนำไปรองก้นหลุม แต่มะปรางจะชอบปุ๋ยคอกมาก หลังปลูกเสร็จควรมีการรดน้ำตามไปด้วย

การให้น้ำของสวนแม่อนงค์จะให้น้ำ 3-5 วันต่อครั้ง โดยขึ้นอยู่กับสภาพของดินด้วย เพราะทางจ.นครนายก ฝนจะตกบ่อยทำให้ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องน้ำมากเท่าไร แต่สำหรับเกษตรกรที่จะปลูกนั้นควรที่จะสังเกตลักษณะดินและความชุ่มชื้นของดินเอง แต่สำหรับการให้น้ำในช่วงออกดอกนั้น แนะนำว่า สำหรับสวนแม่อนงค์นั้น หากฝนไม่ตกเป็นเดือน แต่ต้นมะปรางกำลังออกดอกจนถึงติดลูกก็ควรรดน้ำ แต่อย่าให้แฉะให้พรมน้ำไว้เพื่อให้ดินเกาะตัวมีความชื้นอยู่เสมอ หากเมื่อไรดินมีการแตกตัวจะมีผลต่อรากเพราะว่าจะทำให้รากขาด

สวนมะปรางแม่อนงค์เน้นใส่ปุ๋ยคอกเป็นหลัก
การให้ปุ๋ยคอกปีละ 3 ครั้ง เพราะพื้นที่ปลูกมะปรางของสวนแม่อนงค์ส่วนใหญ่ดินอยู่ในลักษณะมีแร่ธาตุอาหารเพียงพอโดยให้ 4 เดือน 1 ครั้ง นอกจากให้ปุ๋ยคอกแล้วก็จะให้ปุ๋ยเสริมทางใบด้วย เพราะการให้ปุ๋ยทางใบนั้นพืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้เลย จะฉีดในช่วงที่ผลผลิตกำลังออกดอกจนถึงผลยังเล็กอยู่

เทคนิคการทำมะปรางหวานออกดอกต้น ฤดูฝน ปลายฤดูหนาว
หลายคนก็มีหลายวิธี แต่สำหรับสวนแม่อนงค์นั้น ฤดูที่ไม่มีน้ำก็ให้งดน้ำก็จะออกดอก หรือในช่วงเดือนตุลาคม ถึงพฤศจิกายน ในช่วงเข้าฤดูหนาวก็ให้รดน้ำต่อเป็นระยะ ๆโดยดูจากตุ่มใบเรียกว่า ตาใบ และอีกไม่นานก็จะเกิดตุ่มดอก หากว่าช่วงนี้มีการรดน้ำเข้ามาก ๆจากตาดอกก็จะเป็นใบอ่อนแทน เนื่องจากมะปรางหวานมันจะเป็นดอกสมบูรณ์เพศในตัวไม่ว่าจะนำต้นมะปรางหวานไปปลูกใกล้กับต้นมะปรางเปรี้ยวผลออกมาของมะปรางหวานก็ยังหวานเหมือนเดิมไม่มีวันเปลี่ยนแปลง นอกจากหวานแล้วเมล็ดลีบ

หลังจากเก็บผลแล้วมีการดูแลต้นอย่างไร
หลังจากเก็บผลผลิตแล้ว ต้นไหนเก็บผลหมดก่อนก็ให้ปุ๋ยคอกพร้อมกับปุ๋ยคอกพร้อมปุ๋ยเคมี 16-16-16 โดยโรยรอบ ๆทรงพุ่ม ในการใส่ปุ๋ยเคมีนั้นให้ปริมาณ ½ ของอายุต้น เช่น ต้นมะปรางหวาน อายุ 4 ปี ก็ให้ 2 กิโลกรัม แต่ไม่ได้ให้ครั้งเดียวอาจจะให้ 2 เดือน ต่อ 1 ครั้ง เพราะว่ากว่าต้นมะปรางเมื่อให้ผลผลิตหมดแล้วก็ต้องดูต้น 9-10 เดือน หลังจากให้ปุ๋ยแล้วมะปรางจะออกใบอ่อน ช่วงฤดูร้อน ช่วงมีนาคม-เมษายน กิ่งก็จะเริ่มแทงใบอ่อนออกมา ก็มีการคุมใบอ่อนคือ อยู่ในช่วงใบอ่อนพวกแมลงชอบกัดกินใบ ส่วนใหญ่จะเป็นแมลงขี้ควาย ตัวเล็ก ๆ เปลือกดำ ๆปีกดำ ชาวบ้านเรียกว่า แมลงปีศาจออกมาหากินกลางคืน นอกจากนี้ยังมีพวกด้วงที่กัดกินใบอ่อนมะปรางและชอบไข่หลังใบอ่อน เมื่อเป็นตัวหนอนก็จะกัดกินใบอ่อน เมื่อตัวแก่ก็จะลงไปฟักไข่ในดินจึงมีผลทำให้ใบฉีกขาด

ฉะนั้นในช่วงใบอ่อน ก็ต้องมีการดูแลรักษาใบอ่อนชุดแรกให้ดี เพราะใบอ่อนชุดแรกจะไปแก่อีก 9 เดือนข้างหน้า จะเป็นกิ่งที่เกิดตาดอก ส่วนกิ่งอ่อนที่จะตามมาก็ไม่สามารถที่จะเป็นตาดอกกลับเป็นตาใบ สำหรับสวนมะปรางหวานแม่อนงค์ พอออกใบอ่อนก็ฉีดยาฆ่าแมลง ยาโรคเชื้อรา รวมทั้งฮอร์โมนผสมเข้าด้วยกันแล้วฉีดไปครั้งเดียวที่ใบหลังจากนั้นห่าง 10 วัน ก็ฉีดอีกครั้ง เพราะใน 1 ปี จะออกใบอ่อนถึง 3 ครั้ง ง การแตกใบอ่อนแต่ละครั้งจะห่างกันประมาณ 3 เดือน ฉะนั้นการแตกใบอ่อนทุกครั้งก็ต้องมีการฉีดป้องกันโรค-แมลงรวมไปถึงผสมฮอร์โมนเข้าไปด้วยทุกครั้ง

ตั้งแต่มะปรางออกดอกจนถึงเป็นลูกผลเล็ก ๆ เท่ากับหัวแม่มือ ควรหากระดาษห่อผลจะเป็นการยืดอายุการเก็บออกไปได้ เพราะว่าในช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงทำให้ลูกสุกเร็วเกินไป ถ้าเราคลุมลูกไม้ให้โดนแดดร้อนเกินไปการเก็บลูกนั้นไม่ต้องไปเด็ดคัดเลือกผลไว้เหมือนไม้ผลชนิดอื่น เพราะเมื่อถึงเวลาลูกจะร่วงไปเองก็เก็บผลมะปรางจากสวน ผลมะปรางก็ต้องสุกแล้ว เพราะว่ามะปรางเป็นผลไม้ที่ไม่สามารถบ่มได้

ผลมะปรางหวานที่ส่งตลาดได้
มะปรางหวานที่สามารถจะเก็บผลผลิตได้นั้น สีผลจะต้องเป็นสีเหลืองนวล ๆแต่หากเก็บในช่วงที่มะปรางหวานยังไม่สุก รสชาดจะออกมันและหวาน ซึ่งหากเก็บในช่วงผลสุกเก็บมาตั้งไว้ ผลจะอยู่ได้ประมาณ7-10วันหากเก็บแล้วนำมาห่อกระดาษทิชชูแช่ตู้เย็นจะอยู่ได้ประมาณ 20 วัน แต่มะปรางหวานจะออกสู่ทั้งประเทศมากน้อยเพียงใดนั้น ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค เนื่องจากว่า ณ วันนี้ ผลผลิตของมะปรางหวานนั้น ยังมีน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นมะยงชิด ฉะนั้นไม่แปลกที่ราคาของมะปรางหวานจะสูงกว่ามะยงชิดอยู่ในช่วง 100-150 บาท/กก. ตามท้องตลาดที่มีขายผลผลิตนั้นส่วนใหญ่คนที่ซื้อกินจะเป็นมะยง แต่ไม่มะยงชิดหรือมะปรางหวาน เพราะว่าหากเป็นมะยงมีแต่เปรี้ยว เมื่อกินเข้าไปแล้วจะรู้สึกคันคอแต่ถ้าเป็นมะยงชิดของแท้จะมีลักษณะหวานอมเปรี้ยวจะไม่คันคอส่วนมะปรางหวานนั้น แนะว่า กินทั้งเปลือกและเนื้อจะหวานและไม่คันคอและผลโตกว่าไข่ไก่เบอร์ 1ส่วนราคาผลผลิตของมะปรางหวานแม่อนงค์นั้น ยังอยู่ในช่วง 300-400 บาท/กก. โดยขึ้นอยู่กับขนาดของผลหากปริมาณต่อผล/กก.น้อย ราคา/กก.อาจจะสูงกว่าเพราะว่ามะปรางหวานจะออกดอก 3 ช่วงช่วงแรกผลสมบูรณ์มากโตมาก 8-10 กก. รุ่น 2-3 ราคาก็ลดลงมาหน่อย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่…… 037-328327,328313

3 Responses so far »

  1. 1

    จูน said,

    หากต้องการไปเที่ยวที่สวนช่วงกลางเดิอนมีนาคม จะมีมะปรางให้ซื้อหรือยังคะ
    ตอบด้วยนะคะ

  2. 2

    มะยงฃิด-มะปรางหวานกำลังทยอยสุกค่ะ คาดว่า น่าจะสุกหรือมีมากที่สุดประมาณ สัปดาห์หน้า

    พอดีมีงานของดีเมืองนครนายก มะยงชิด มะปรางหวานค่ะ อย่างไรแล้วรบกวนโทร.สอบถามอีก

    ครั้งนะคะ 086-5886628 037-328327 037-316659

    ราคา กก.ละไม่เกิน 150.- บาทค่ะ 8-12 กก. ยินดีต้อนรับทุกท่านนะคะ

  3. 3

    สุพิชฌาย์ ทิพย์อาภรณ์ said,

    อยากได้ต้นมะปรางหวานไปปลูกค่ะ รบกวนรายละเอียดที่อีเมลนะคะ


Comment RSS · TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: